วิธีการแจ้งทรัพย์สินสูญหาย พบทรัพย์สิน หรือรับคืนทรัพย์สิน
ประกาศความเป็นส่วนตัว
ทรัพย์สินสูญหาย
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการแจ้งทรัพย์สินสูญหาย (Lost & Found)
ของ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด
ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับการแจ้งทรัพย์สินสูญหาย (“ประกาศความเป็นส่วนตัว”) ฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า เพื่ออธิบายถึงวิธีการที่ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายวิวัฒน์นคร (สายสีชมพู) และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) สายวิวัฒน์นคร (สายสีชมพู) (“บริษัทฯ” หรือ “เรา”) เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตามและคืนทรัพย์สินสูญหาย รวมถึงการติดต่อประสานงานที่เกี่ยวข้อง
โปรดศึกษาวิธีการแจ้งทรัพย์สินสูญหายของเราได้ที่ https://www.nbm.co.th/th/lostfound/ และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้าฉบับเต็มของบริษัทฯ ได้ที่ https://www.nbm.co.th/pdpa/cus/
บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลที่ระบุตัวตนของท่าน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นๆ ที่สามารถยืนยันตัวตนของท่านได้
บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
2.1 การตรวจสอบยืนยันตัวตนเจ้าของ ผู้ครอบครอง หรือผู้พบทรัพย์สิน
2.2 เพื่อติดต่อสื่อสาร และเพื่อความสะดวกในกระบวนการพบทรัพย์สิน หรือรับคืนทรัพย์สิน
2.3 เพื่อปกป้องอาคารและสถานที่ และทรัพย์สินจากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลาย และจากอาชญากรรมอื่นๆ
2.4 สนับสนุนการก่อตั้งสิทธิ โต้แย้งสิทธิ หรือยกสิทธิขึ้นต่อสู้ในการดำเนินคดีทางแพ่ง
บริษัทฯ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลภายใต้ฐานกฎหมายดังต่อไปนี้
3.1 ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัทฯ
3.2 ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ และของบุคคลภายนอก ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการให้เกิดความสมดุลและโดยได้สัดส่วนกับสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
3.3 ฐานประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ
3.4 เพื่อการก่อตั้งและยกขึ้นต่อสู้ซึ่งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในอนาคต หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ที่ท่านมีกับบริษัทฯ
บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผย หรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับ เช่น หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ศาล เจ้าพนักงาน สถานฑูต สถานกงศุล ผู้กำกับดูแล หรือหน่วยงานรัฐ หรือเพื่อปกป้องสิทธิของเรา สิทธิของบุคคลภายนอกอื่น หรือเพื่อความปลอดภัยของบุคคล หรือเพื่อตรวจจับ ป้องกัน หรือแก้ไขประเด็นเรื่องการทุจริต ความมั่นคง และความปลอดภัย
บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เมื่อบริษัทฯ ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้เก็บข้อมูลของท่านอีกต่อไป บริษัทฯ จะทำการลบข้อมูลของท่านออกจากระบบและบันทึกของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการดำเนินการทางศาลหรือทางวินัย ข้อมูลของท่านอาจถูกเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์ หลังจากนั้นข้อมูลจะถูกลบหรือเก็บถาวรตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอาจมีสิทธิในการขอเข้าถึง และ/หรือ ขอรับสำเนา โอนย้าย แก้ไข ลบ ทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงอาจขอคัดค้าน และระงับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี และหากบริษัทฯ อาศัยความยินยอมของท่าน ท่านอาจถอนความยินยอมของท่านได้ และท่านยังมีสิทธิขอให้บริษัทฯ เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทฯ นอกจากนี้ ในกรณีที่ท่านรู้สึกว่าบริษัทฯ ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ มาตรการป้องกันด้านเทคนิค และมาตรการป้องกันทางกายภาพ ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อธำรงไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และสภาพความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข ใช้ เปิดเผย หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด
หากท่านมีคำถาม ข้อสงสัย หรือมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทฯ หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ บริษัทฯ ได้ที่
เลขที่ 1000 อาคารบีทีเอส แขวงจอมพล เขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย
อีเมล: dpooffice@bts.co.th เบอร์โทรศัพท์: 0 2617 7300 ต่อ 1830
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 และได้ทบทวนและปรับปรุง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569